การศึกษา

Posted in Programs

education program

  • สนับสนุนศูนย์การเรียน และโรงเรียน จำนวน (11) โรงเรียน ตามแนวชายแดนไทย-พม่า เพื่อจัดการเรียนการสอน แก่เด็กๆ ที่ลี้ภัยจากพม่า
  • จัดหาและสนับสนุนตำราเรียนภาษาไทยใหญ่
  • จัดอบรมและสร้างเครือข่ายครู
  • ระดมทุนเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และ/หรือ นักเรียนที่กำพร้าพ่อแม่
  • จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน ระหว่างนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา

ผู้อพยพจากรัฐฉานหลบหนีสงครามกลางเมืองและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องในประเทศพม่า แต่เมื่ออยู่ประเทศไทยพวกเขาไม่มีสถานะเป็น “ผู้ลี้ภัย” เป็นเหตุให้ไม่ได้รับที่พักพิงที่ปลอดภัยและไม่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรสงเคราะห์สากล เด็กเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากพ่อแม่ถูกบีบให้ต้องไปทำงานหาเงินเป็นแรงงานพลัดถิ่น ส่วนใหญ่จะทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมาย เด็กจำนวนมากเติบโตขึ้นโดยไม่ได้รับการศึกษาใด ๆ

เนื่องจากผู้อพยพเหล่านี้ไม่มีสถานภาพเป็น “ผู้ลี้ภัย” จึงไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งค่ายผู้อพยพและไม่มีโรงเรียนที่เหมาะสม ในทางเทคนิคแล้ว เด็กที่อาศัยในประเทศไทยทุกคนย่อมมีสิทธิเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนของไทย อย่างไรก็ดี ยังมีอุปสรรคหลายประการที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าเรียนได้ พ่อแม่ของเด็กไทยใหญ่ต้องทำงานที่ทั้งสกปรก ยากลำบาก และเสี่ยงอันตราย และได้ค่าแรงน้อยมากจนไม่สามารถส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนไทยได้ ในหลายกรณีพ่อแม่ต้องย้ายที่อยู่บ่อย ๆ ตามประเภทของงาน เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กไม่มีสถานภาพด้านกฎหมายและต้องอยู่แต่ในโรงงาน เป็นเหตุให้เกิดความกลัวที่จะออกจากที่ทำงานและไม่สามารถเตรียมการเพื่อการศึกษาของลูกเพราะกลัวจะถูกจับ แม้แต่เด็กที่มีโอกาสเข้าเรียน ก็มีความเสี่ยงเนื่องจากมีกรณีที่เด็กผู้หญิงซึ่งเดินทางไปและกลับจากโรงเรียนถูกลักพาตัวและเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ นอกเหนือจากปัจจัยเหล่านี้ โรงเรียนสอนหนังสือเป็นภาษาไทย ซึ่งเด็กไทยใหญ่มักจะไม่เข้าใจ ประกอบกับที่พี่น้องชาวไทใหญ่เอง ก็จึงอยากให้มีกานเรียนการสอนภาษาไทยใหญ่ ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นให้กับเด็กๆ เพื่อที่จะอนุรักษ์ภาษาและอัตลักษณ์ของตน

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ชุมชนชาวไทใหญ่ตามตะเข็บพรมแดนระหว่างไทย-รัฐฉานจึงจัดห้องเรียนเพื่อฝึกให้เด็กอ่านออกเขียนได้สำหรับเด็กที่เป็นลูกของผู้อพยพ โดยเครือข่ายปฏิบัติงานสตรีไทยใหญ่ ได้จัดทำโครงการด้านการศึกษาเพื่ออบรมเจ้าหน้าที่ผู้สอนในโครงการห้องเรียนที่จัดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการดังกล่าว ในปัจจุบัน ทางเครือข่ายฯ บริหารโรงเรียน 16 แห่ง ( 9 แห่งเป็นโรงเรียนที่ให้ทักษะด้านภาษาขั้นพื้นฐานและอีก 7 แห่งเป็นศูนย์เด็กเล็ก) โดยทำงานร่วมมือกับชุมชนชาวไทใหญ่ตามแนวพรมแดนไทย-รัฐฉาน

ชุมชนชาวไทใหญ่ตามแนวพรมแดนไทย-รัฐฉานเห็นว่าการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญขั้นพื้นฐาน กิจกรรมของโครงการช่วยตอบสนองความต้องการเหล่านี้และช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่โครงการของเรา ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนท้องถิ่นมีความยินดีที่จะเข้าร่วมการอบรมหรือการประชุมที่จัดโดยเครือข่ายฯ ยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการของตน หากปราศจากความร่วมมือจากท้องถิ่นเหล่านี้ ทางเครือข่ายฯ ย่อมไม่สามารถพัฒนายุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ และคงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนหรือทำหน้าที่รณรงค์ในนามของชุมชนได้